ฝีดาษลิง อยู่ในตระกูลเดียวกับฝีดาษ (Smallpox) มีความรุนแรงน้อยกว่าและมีโอกาสในการติดเชื้อต่ำ โดยอาการสามารถแบ่งได้เป็น 4 ช่วง คือ

1.) ระยะฟักตัวที่ไม่แสดงอาการ โดยจะอยู่ในช่วง 5-21 วันหลังจากได้รับเชื้อ

2.) ระยะไข้ หรือ ช่วงก่อนออกผื่น มีอาการเหมือนการติดเชื้อไวรัสทั่วไป เช่น มีไข้ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดหัว เจ็บคอ หนาวสั่น อ่อนเพลีย มีแผลในปาก และต่อมน้ำเหลืองโตร่วมด้วย ซึ่งอาการต่อมน้ำเหลืองโตถือเป็นอาการเฉพาะของโรคฝีดาษลิง

3.) ระยะช่วงออกผื่นแล้ว จะมีผื่นนูนแดง ตุ่มน้ำใส ตุ่มหนองในบริเวณร่างกาย วิธีสังเกตของลักษณะตุ่มหนองจะเริ่มจากรอยแดงเป็นน้ำใสและเปลี่ยนเป็นน้ำขุ่นข้นสีขาวเหลือง จนกระทั่งเป็นผื่นแผลแห้งเป็นขุย เมื่อตุ่มหนองต่าง ๆ แห้งหมด จะถือว่าหมดระยะแพร่เชื้อ

4.) ระยะฟื้นตัว ใช้เวลาหลายวันจนถึงหลายสัปดาห์

ผู้ที่ติดเชื้อฝีดาษลิงสามารถติดได้หลายสาเหตุ ทั้งการติดต่อผ่านทางแผลตามผิวหนัง ผิวที่มีผื่นคัน ผิวหนังที่หลุดลอกหรือติดต่อได้จากการสัมผัสละอองสารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจของผู้ที่มีเชื้อ เช่น น้ำมูก น้ำลาย การใส่เสื้อผ้า การใช้สิ่งของร่วมกับผู้ที่มีเชื้อ เช่น ผ้าขนหนู ผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม นอกจากนี้การมีเพศสัมพันธ์ก็เป็นอีกช่องทางการส่งต่อเชื้อไปสู่คู่นอนได้อีกด้วย

ลดโอกาสเสี่ยง จากการติดเชื้อฝีดาษลิงทำได้ไม่ยาก เพียงหมั่นทำความสะอาดมือเป็นประจำด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่พื้นที่เสี่ยง งดการสัมผัสเลือด สารคัดหลั่ง หรือตุ่มหนองของสัตว์และผู้ป่วยจะช่วยให้ห่างไกลต่อโอกาสการติดเชื้อได้เป็นอย่างดี รวมถึงฉีดวัคซีนป้องกันไข้ทรพิษลดความเสี่ยงการติดเชื้อได้

Share.

Leave A Reply